วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

เกมลับบน Google Chrome Canary ให้เล่นขณะเน็ตล่ม

    ค้นพบเกมลับบน Google Chrome Canary ให้เล่นขณะเน็ตล่ม


 ค้นพบมินิเกมไดโนเสาร์วิ่งกระโดดข้ามต้นกระบองเพชรบน Google Chrome Canary ให้เล่นขณะเน็ตล่ม

          เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2557 เว็บไซต์ thenextweb.com ได้เปิดเผยลูกเล่นใหม่ที่ถูกค้นพบบนโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ Google Chrome Canary หรือ Google Chrome เวอร์ชั่นทดลองใช้สำหรับผู้พัฒนานั่นเอง โดยลูกเล่นนี้เป็นลูกเล่นที่ทางกูเกิลแอบใส่เอาไว้ในหน้าที่จะปรากฏรูปไดโนเสาร์พร้อมข้อความ Unable to connect to the Internet เมื่ออินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ได้ (หรือที่เรียกว่าเน็ตล่ม)



ซึ่งตามปกติแล้วหน้าดังกล่าวจะมีเพียงแค่รูปไดโนเสาร์ยืนเฉย ๆ  แต่บน Google Chrome Canary นั้นถ้าหากกดปุ่ม Space Bar แล้วเจ้าไดโนเสาร์จะเริ่มวิ่ง กลายเป็นมินิเกมให้ผู้ใช้กดปุ่ม Space Bar เพื่อบังคับให้เจ้าไดโนเสาร์กระโดดข้ามต้นกระบองเพชรทำคะแนนให้ได้สูง ๆ นั้นเอง

         ทั้งนี้คาดว่าลูกเล่นดังกล่าวน่าจะถูกอัพเดทเพิ่มเข้ามาใน Google Chrome เวอร์ชั่นปกติที่คนทั่วไปใช้กันในอนาคต แบบนี้ก็มีอะไรให้เล่นฆ่าเวลาขณะรอเน็ตหายล่มแล้วสินะ

โฉมใหม่ 'My Passport Wireless' ฮาร์ดดิสก์พกพาแห่งยุค

โฉมใหม่ 'My Passport Wireless' ฮาร์ดดิสก์พกพาแห่งยุค


"ไอที ซิตี้" จับมือ "ดับบลิวดี" คลอดเอ็กซ์เทอร์นอลตระกูล My Passport รุ่นใหม่ ในความจุ 1TB และ 2TB เอาใจคนข้อมูลแน่น…


ไอที ซิตี้ เปิดตัวเอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดไดร์ฟ แบบพกพา "My Passport Wireless" จากความร่วมมือระหว่างบริษัท เวสเทิร์นดิจิตอล (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) โดยมีให้เลือก 2 แบบ คือ รุ่น WD My Passport Wireless 1TB และ WD My Passport Wireless 2TB พร้อมการรับประกัน 2 ปี

My Passport Wireless เป็นไดร์ฟขนาดพกพา โดยไม่ต้องใช้สาย สามารถบันทึกภาพและไฟล์จากอุปกรณ์ ทั้งแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน หรือสำรองข้อมูล หรือโอนถ่ายภาพและวิดีโอจาก เอสดี การ์ด เพื่อถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่อง โดยไดร์ฟชนิดนี้สามารถพกพาได้สะดวกและเป็นไดร์ฟที่มีประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ โดยไม่ต้องมีสายหรือไม่ต้องใช้สายต่ออินเทอร์เน็ต ก็สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ 8 รายการได้พร้อมกัน ส่วนการใช้แบตเตอรี่แบบชาร์จ มีเวลาการสแตนด์บายสูงสุด 20 ชั่วโมง และการสตรีมสูงสุด 6 ชั่วโมง



นอกจากนี้ My Passport Wireless ทั้ง 2 รุ่น ยังมีช่องเสียบเอสดี การ์ด แบบบิวต์อิน มีคุณสมบัติสามารถโอนถ่าย หรือสำรองข้อมูลภาพและวิดีโอจาก เอสดี การ์ด ในระหว่างการปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ช่องเสียบเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ ก็สามารถเชื่อมต่อกับไฟล์มีเดียโดยใช้แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ด้วยแอพพลิเคชั่นสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ My Cloud จาก WD ทำให้สามารถเข้าถึงไฟล์ได้อย่างปลอดภัย ด้วยอุปกรณ์บนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ หรือจะสตรีมวิดีโอ ภาพ และเพลงไปยังทีวีที่เชื่อมต่อเครื่องเล่นมีเดีย เครื่องเกม และอุปกรณ์ DLNA/UPnP อื่นๆ หรือใช้เป็นฮับไว-ไฟ เพื่อแบ่งปันการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับอุปกรณ์ได้ 4 รายการพร้อมๆ กัน

ขณะเดียวกัน My Passport Wireless ยังสามารถตั้งรหัสผ่านไว-ไฟ สำหรับภาพถ่าย วิดีโอ เพลง และไฟล์สำคัญที่ต้องการบันทึก ทั้งยังสามารถปกป้องไดร์ฟจากการเข้าถึง USB โดยใช้ Drive Lock ในแผงควบคุมอุปกรณ์ รวมถึงสามารถโอนถ่ายความเร็วสูง จาก USB 3.0 ซึ่งใช้แผงควบคุมที่ใช้งานได้ง่าย ดำเนินการวินิจฉัยไดร์ฟ ลบ และฟอร์แมตไดร์ฟ ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ ไอที ซิตี้ ได้เปิดให้ผู้สนใจสามารถสั่งจอง My Passport Wireless ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.-7 ต.ค.นี้ จำนวนจำกัด 100 เครื่อง ซึ่งหลังจากนั้นจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 11 ต.ค. 2557 ณ ไอที ซิตี้ และไอที ซิตี้ โมบายล์ทุกสาขา.

แกะกล่อง Sony Xperia Z3 สุดแนว !!


แกะกล่อง  Sony Xperia Z3 สุดแนว !!


เราสามารถหาชมวิดีโอการแกะกล่องมือถือได้มากมายใน Youtube แต่การแกะกล่องใต้น้ำไม่ใช่ของที่จะหาชมได้ง่ายๆ นะ

เพื่อฉลองการเปิดตัวของสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ Sony Xperia Z3 สมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำสูงที่สุดในปัจจุบัน ทาง Carphone Warehouse เลยจัดหนักโชว์การแกะกล่องเจ้า Xperia Z3 นี้กันใต้น้ำซะเลย จะมาเหนือขนาดไหนลองชมได้จากคลิปด้านล่างนี้นะ


ปล. มันกันน้ำแค่สมาร์ทโฟนนะ ส่วนสายชาร์จและอแดปเตอร์คงพังเป็นที่เรียบร้อยไปแล้วล่ะ 

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

Apple จะเปิดตัว iWatch สองขนาด เน้นความอัจฉริยะและความเป็นแฟชั่น

ตาม Roadmap การเปิดตัวสินค้าใหม่ในปี 2014 ของ Apple ที่ Ming Chi Kuo ได้ร่างไว้ จะเห็นว่าเขาค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะมีการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะหรือที่เรียกว่า iWatch แน่นอนในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้




Ming Chi Kuo นักวิเคราะห์จาก KGI securities เชื่อมั่นการเปิดตัว iWatch ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ว่าจะมาในสองขนาด ได้แก่ ขนาดหน้าจอ 1.3 และ 1.5 นิ้ว ใช้จอแสดงผล AMOLED ที่มีความยืดหยุ่นผสมผสานกับกระจกหน้าจอประเภทแซฟไฟร์ เพื่อเป็นการป้องจากรอยขีดข่วน ขณะเดียวกันเทคโนโลยี biometric sensor จะนำมาใช้ใน iWatch เช่นกัน (อาจเป็นสแกนลายนิ้วมือ) รวมไปถึงการใช้ iWatch ร่วมกับ iPhone, iPad และ Mac โดย Apple จะใช้การออกแบบให้มีความเป็นแฟชั่นมีความบางเบา และมีเทคโนโลยี NFC

Ming Chi Kuo ยังมั่นใจว่า Apple จะออกแบบให้ iWatch รองรับการชาร์จไร้สายได้ และใช้แบตเตอรี่ความจุ 200 – 250mAh เพื่อให้การใช้งานอยู่ได้อย่างน้อย 1 วัน นอกจากนี้ Ming Chi Kuo ประเมินว่า iWatch มีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงอันเนื่องมาจากวัสดุที่นำมาใช้ผลิต แต่ถึงจะมีราคาแพง iWatch ก็จะมีการส่งออกไปจำหน่ายถึง 5.5 ล้านหน่วย ในปี 2014 และเพิ่มขึ้นเป็น 30-50 ล้านหน่วย ในปี 2015

 ที่มา http://www.arip.co.th/apple-iwatch-launch-2014/
Alibaba ยักษ์ใหญ่ธุรกิจ E-commerce เตรียมอนุญาตให้ลูกค้าชำระเงินออนไลน์ด้วยสแกนลายนิ้วมือจาก Galaxy S5

Leiphone เว็บไซต์ในประเทศจีนรายงานว่า Alibaba (อาลีบาบา) ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจ E-commerce เตรียมอนุญาตให้ลูกค้าสามารชำระเงินออนไลน์ด้วยสแกนลายนิ้วมือจาก Galaxy S5 ได้ในเร็วๆนี้



จากการเติบโตของการชำระเงินออนไลน์แบบออนไลน์ทำให้แนวโน้มของการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัวโดยผู้ไม่หวังดีมีมากขึ้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การนำฟีเจอร์ Fingerprint Sensor หรือสแกนลายนิ้วมือจึงเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันข้อมูลส่วนตัวแทนที่การใส่รหัสผ่านเป็นตัวเลขหรือตัวอักษร ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นต่อการชำระเงินออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ Alibaba (อาลีบาบา) ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจ E-commerce เตรียมเปิดตัวระบบที่มีชื่อว่า AliPay เพื่อการชำระเงินด้วยการสแกนลายนิ้วมือจาก Galaxy S5 เช่นเดียวกับ iPhone 5s และ HTC One Max ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสินค้าได้ก่อนตัดสินใจชำระเงินผ่านระบบออนไลน์

ที่มา http://www.arip.co.th/galaxy-s5s-fingerprints-scanner/
เมื่อพนักงานโรงแรมอาจถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์…

เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นทุกวัน บางครั้งก็อาจจะทำให้มนุษย์อย่างๆเราเริ่มร้อนๆหนาวๆ เมื่อหุ่นยนต์และเครื่องจักรเริ่มถูกนำมาใช้แทนที่มนุษย์ในหลายๆอุตสาหกรรม  ไม่เว้นแม้แต่โรงแรมที่แคลิฟอร์เนียที่กำลังจะนำหุ่นยนต์มาให้บริการ Room Service แทนพนักงานที่เป็นมนุษย์เสียแล้ว…


ถ้ายังจำกันได้  เราเคยนำเสนอข่าวเกี่ยวกับโรงแรมสุดไฮเทคนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว  ก่อนหน้านี้โรงแรม Aloft ที่แคลิฟอร์เนียเคยมีโครงการที่ทำให้ผู้ใช้บริการโรงแรมสามารถใช้ Smartphone ส่วนตัวแทนกุญแจเปิด-ปิดห้องพักได้แล้ว  ล่าสุดโรงแรมไฮเทคแห่งนี้ก็กำลังจะนำเอาหุ่นยนต์มาทำงานแทนพนักงาน Room Service

หุ่นยนต์ Room Service ดังกล่าวมีชื่อว่า “A.L.O. Botlr” หรือ Robot Butler (หุ่นยนต์พ่อบ้าน)  สูงประมาณ 3 ฟุต  หนักประมาณ 100 ปอนด์  ลายบนตัวหุ่นยนต์แอบมีกิมมิคด้วยการเพ้นท์รูปโบว์ไว้เลียนแบบยูนิฟอร์มพนักงาน Room Service  ตรงหัวของหุ่นยนต์เป็นหน้าจอ Tablet ขนาด 7 นิ้ว  สำหรับให้ลูกค้าและพนักงานโรงแรมกดสั่งการได้  พนักงานโรงแรมมีหน้าที่แค่นำอาหารใส่เข้าไปในช่องในตัวหุ่นยนต์แล้วกดเลขห้อง  เจ้าหุ่นยนต์จะนำอาหารไปเสริ์ฟลูกค้าได้ทันที  โดยเมื่อถึงหน้าห้องลูกค้าแล้วมันก็จะโทรศัพท์เข้าไปหาลูกค้าเพื่อเรียกให้ออกมารับอาหารที่สั่งไว้  และถ้าหากลูกค้าอยากจะให้รางวัลกับหุ่นยนต์ก็สาามารถทวีตโดยติด Hashtag  #meetbotlr แทนการให้ทิปเป็นเงินได้



..ก็ไม่รู้ว่าอนาคตอันใกล้นี้  พนักงานบริการทั้งหลายจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์หมดหรือเปล่า  หากเป็นเช่นนั้นก็อาจจะดูเหงาไม่ใช่น้อยนะคะ



อ้างอิงจาก 1.EnGadget
                  2.http://www.arip.co.th/botlr-robot-room-service/

วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

รวยด้วยการขายภาพออนไลน์

เว็บไซต์ที่ขายภาพถ่ายออนไลน์เรียกกันว่า ไมโครสต็อก ที่จริงแล้วไม่ใช่ซื้อขายภาพกันแบบขายขาด แต่จะเป็นการให้ผู้ซื้อจ่ายเงินแล้วดาวน์โหลดภาพของเราไปใช้งาน ซึ่งภาพของเราภาพเดียวอาจจะทำเงินให้เรามหาศาลได้ ถ้ามีคนมาดาวน์โหลดไปใช้เยอะ ๆ ส่วนค่าดาวน์โหลดนั้นจะคิดตามขนาดของภาพ ภาพใหญ่ก็แพงกว่า เมื่อมีคนดาวน์โหลดภาพของเรา ทางเว็บก็จะแบ่งส่วนแบ่งให้กับเราตามที่ระบุไว้ในแต่ละเว็บ นอกจากภาพถ่ายแล้ว ภาพงานกราฟฟิกประเภทเว็คเตอร์ที่สร้างด้วยโปรแกรมอย่าง illustration ก็สามารถนำไปขายได้เช่นกัน คนที่มีไอเดีย มีฝีมือแต่ไม่มีกล้องก็ลองสร้างภาพด้วยวิธีนี้ไปเสนอขายได้

เว็บไมโครสต็อกที่ดัง ๆ ก็เช่น http://www.shutterstock.com/


http://www.istockphoto.com/


ลองไปดูรายละเอียด และทำความเข้าใจกับเว็บผู้ให้บริการเสียก่อน เพราะว่ากฎการส่งรูปภาพของแต่ละเว็บนั้นไม่เหมือนกัน และมีรูปภาพหลายประเภทให้เลือกส่ง
  • เมื่อเรามีรูปภาพที่ต้องการขายแล้ว เราเพียง Upload ขึ้นเว็บไซต์ของแต่ละที่ เราก็จะสามารถขายภาพได้โดยทันที โดยที่ทางเว็บไซต์จะทำการโปรโมตให้เอง
  • จากนั้นเราก็รอรับรายได้ผ่านทาง PayPal หรือ check ส่งมาถึงบ้านคุณทันที
ที่มา : http://mcot.net/fm1005
http://www.shutterstock.com/
http://www.istockphoto.com/
http://rich24h.com/





CMS คือ ระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ (Content Management System) ที่ช่วยให้การพัฒนาและการบริหารข้อมูลเว็บไซต์เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว โดยจะมีโปรแกรมเสริมซึ่งอาจมากับระบบหรือจากที่ผู้ใช้ติดตั้งเองเพื่อให้เว็บไซต์มีลูกเล่นมากขึ้นเช่น ระบบกระดานข่าว (Webboard), ระบบแบบสอบถาม (Poll) หรือระบบตระกร้าสินค้า (Shopping Cart) ที่สามารถเปลี่ยนเว็บไซต์ให้เป็นเว็บไซต์ร้านค้าบนโลกอินเทอร์เน็ต (e-Commerce) ได้ทันที

ข้อดีของ CMS 

    1.ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์ เพียงแค่เคยพิมพ์ หรือเคยโพสข้อความในอินเทอร์เนต ก็สามารถมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองได้ 

    2.ไม่เสียเวลาในการพัฒนาเว็บไซต์ ไม่เสียเงินจำนวนมาก 

    3.ง่ายต่อการดูแล เพราะมีระบบจัดการทุกอย่างให้เราหมด 

    4.มีระบบจัดการที่เราสามารถหามาใส่เพิ่มได้มากมาย อย่างเช่น ระบบแกลลอรี่ 

    5.สามารถเปลี่ยนหน้าตาเว็บไซต์ได้ง่ายๆ เพียงแค่โหลดทีม (Theme) ของ CMS นั้นๆ 

ข้อเสียของ CMS 

    1.ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบทีม (หน้าตาของเว็บ) เอง จะต้องใช้ความรู้มากกว่าปรกติ เนื้องจาก CMS มีหลายๆระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ 

    2.ผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่นจะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน จะต้องแทรกภาพอย่างไร ซึ่งจะลำบากเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น 

    3.ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

เมื่อรวมๆข้อดีและข้อเสียดูแล้ว ก็ยังเห็นได้ว่า CMS นั้นก็เป็นระบบที่น่าใช้งานอยู่ดี 

แนะนำ CMS

- Mambo CMS ตัวนี้มีผู้ใช้งานมากมายทั้งในหน่วยงานของรัฐ และผู้คนทั่วไป ทำให้มีคนให้เราสามารถปรึกษาได้มาก รวมถึงตัวระบบเองก็ใช้งานได้ง่าย และมีผู้พัฒนาอยู่ตลอดเวลา มีเว็บไซต์ภาษาไทยรองรับสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาและใช้งาน เช่น http://www.mambohub.com

ที่มา : http://mcot.net/fm1005
         http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/121


GrabTaxi “เรียกแท็กซี่ง่าย ๆ ไม่ต้องก้มกราบ”



เพียงสัมผัสหน้าจอ 2 ครั้ง ก็เรียกแท็กซี่ง่ายๆ

GrabTaxi จะค้นหาตำแหน่งปัจจุบันของคุณโดยอัตโนมัติ หลังจากเลือกจุดหมายปลายทาง ระบบจะประมาณค่าโดยสารให้ทราบ จากนั้นก็กดเรียกรถได้เลย



การค้นหาตำแหน่งผู้ขับ

ค้นหาผู้ขับแท็กซี่ที่อยู่ใกล้เคียง และสามารถดูผลการเรียกรถได้แบบเรียลไทม์


                     เมื่อเรียกรถแท็กซี่ได้สำเร็จ
จะขึ้นข้อความและสัญลักษณ์การเรียกรถสมบูรณ์ ภายใน 1 นาที




ติดตามผู้ขับรถของคุณ

รู้ข้อมูลคนขับ สามารถติดตามพิกัดของผู้ขับรถขณะกำลังเดินทางมารับ ในระหว่างที่คุณโดยสารยังสามารถแชร์การเดินทางของคุณให้คนที่คุณรักได้แบบเรียลไทม์

ทำไมจึงควรใช้ GrabTaxi

โดยสารอย่างปลอดภัยและมั่นใจ นอกจากเราจะพิจารณาประวัติผู้ขับรถแท็กซี่และคัดกรองแท็กซี่ที่เข้าร่วมโครงการอย่างระมัดระวังในขั้นต้นแล้ว GrabTaxi ยังมีระบบ GPS ซึ่งจะทำการค้นหาตำแหน่งของผู้โดยสารโดยอัตโนมัติ เมื่อทำการเรียกรถ แท็กซี่ที่เดินทางมารับ จะปรากฎใบหน้า ทะเบียนรถและเบอร์ติดต่อ อีกทั้งยังสามารถแชร์ข้อมูลขณะเดินทางแบบเรียลไทม์ขณะโดยสารจนถึงจุดหมายพร้อมกันนี้ผู้โดยสารยังสามารถแสดงความคิดเห็นและโหวตให้คะแนนความพึงพอใจที่มีต่อแท็กซี่ได้ ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางที่เรานำมาประเมินผู้ขับรถแท็กซี่ในระบบทุกวันด้วย

เรียกแท็กซี่ผ่าน GrabTaxi แอพพลิเคชั่นทุกครั้งที่จะใช้บริการแท็กซี่ เพื่อความปลอดภัยไร้กังวล ใช้งานง่ายๆ เพียงสัมผัสหน้าจอ 2 ครั้ง บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ทั้ง 4 ระบบ (iOS, Andriod, Windows Phone และ BlackBerry10)

ที่มา : http://mcot.net/fm1005
http://grabtaxi.com/bangkok-thailand-th/
http://pantip.com/topic/31121784

วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2557

Microsoft เตรียมเปิดตัว Windows 9 กันยายนนี้ ?

Microsoft เตรียมเปิดตัว Windows 9 กันยายนนี้ ?



           ช่วงนี้เป็นช่วงเดือนสิงหาคม 2557 แล้ว แต่เดือนต่อไปคือเดือนกันยายน 2557 กลับมีงานเปิดตัวครั้งสำคัญที่เกี่ยวกับไอทีหลายงานเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นทาง Samsung , Sony ที่จะจัดงานเปิดตัวมือถือเรือธงช่วงปลายปีในงาน IFA 2014 ที่เยอรมนี งานเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ที่คาดว่าจะเกิดในช่วงเดือนกันยายนนี้เช่นกัน ล่าสุด Microsoft ก็เตรียมจัดงานเปิดตัวเผยโฉมระบบปฏิบัติการ Windows เวอร์ชั่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ นั่นคือ Windows 9  นั่นเอง
           ทั้งนี้ The Verge สื่อข่าวออนไลน์ด้านไอที ได้รายงานว่า Microsoft เตรียมจัดแถลงข่าวเปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows 9 ในวันที่ 30 กันยายนนี้ คาดกันว่า จะมีการเผยโฉมเกี่ยวกับหน้าตาบนระบบปฏิบัติการ Windows 9 พร้อมปล่อยเวอร์ชั่นทดสอบให้นักพัฒนาได้ลองใช้ ในช่วงหลังเปิดตัว
           สิ่งที่น่าจับตามองเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Windows 9 คือ หน้าตา Start Menu แบบใหม่ที่เรียกว่า Mini Start Menu  และอาจลบแถบ Charm Bar ออก และที่น่าลุ้นคือ ซอฟต์แวร์ผู้ช่วยส่วนตัวจาก Microsoft อย่าง  cortana  ที่จะมาชน siri และ google now อาจใส่ไว้ใน Windows 9 ด้วยก็เป็นได้

            ซึ่งงานเปิดตัว Windows 9 ที่จะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ จะเป็นครั้งแรกที่ ซีอีโอคนใหม่ Satya Nadella เป็นผู้นำในการแถลงข่าว เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งท่านนี้มีแผนโฟกัสธุรกิจไปที่แพลตฟอร์มมือถือ และ Cloud
ข้อมูลจาก The Verge , USATODAY

ที่มา : http://www.itday.in.th